วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2554

TwitterRide App สำหรับคอ Twitter บน Android


สำหรับคอ Twitter แล้ว การหา app ดีๆมาลงบน Android เพื่อให้เราสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของเพื่อนๆและคนที่เราสนใจก็ถือเป็น เรื่องหนึ่งที่ไม่ควรพลาด
บน Android Market นั้นมีมากกว่า 10 apps ที่ทำให้เราเล่น Twitter ได้ แต่ว่าตัวหนึ่งที่โดดเด่นมากทั้งในเรื่องของความเร็ว ขนาดไฟล์ ฟังก์ชั่น และความเสถียรก็คือ TwitterRide ที่พัฒนาโดย Satoshi Tanimoto โดยจุดเด่นอย่างมากของ TwitterRide คือการ highlight ข้อความหรือ Tweet ที่เรายังไม่ได้อ่าน ทำให้เรารู้ว่า tweet ไหนใหม่ และอันไหนอ่านไปแล้ว นอกจากนั้นการตั้งให้ refresh เป็นระยะก็ช่วยให้เราได้อ่านข้อความใหม่ๆอยู่ตลอดเวลาด้วย
ลองมาดูหน้าตาโปรแกรมกันทีละส่วนครับ

ไอคอนบนหน้าจอหลัก

เมื่อกดเข้าโปรแกรม ก็จะเข้ามาเห็น timeline จะเห็นว่าด้านบนมี  3 แทป คือ Feed, Mention และ Direct Message

เมื่อมีข้อความใหม่ จะมีแถบหลังเป็นสีเขียว

ในส่วนของ Mention เมื่อ tweet ไหนมีการกล่าวถึงเราก็จะมาโผล่ใน Mention

ส่วนของ Direct Message หรือข้อความส่วนตัว
 
เมื่ออยู่ที่แทปแรกแล้วกดปุ่มเมนูก็จะมีตัวเลือกสำหรับพิมพ์ tweet ใหม่, การ refresh, การกดตั้ง favorite, การค้นหา, การตั้งค่า หรือเลือกเพิ่ม

เมื่อกดเลือกเพิ่มก็จะมีตัวเลือกสำหรับดูและเปลี่ยนรูป Profile และการออกจากโปรแกรม(ไม่ให้โปรแกรม run อยู่ใน background)

หากกดเลือก Post ก็จะเข้าสู่หน้าจอการพิมพ์ โดยจะมีปุ่มสำหรับแทรกพิกัดที่อยู่การแนบรูปถ่าย หรือการเพิ่ม URL เข้าไปด้วย
 
ในส่วนของการค้นหานั้นก็สามารถพิมพ์หัวข้อที่สนใจเข้าไปได้

ผลลัพท์ก็จะแสดง tweet ที่กล่าวถึงคำที่เราค้นหา

เมื่ออยู่ที่หน้าของ search ก็ยังมีเมนูย่อยสำหรับการดูหัวข้อที่กำลังฮิต, การค้นหาจากพิกัด รวมถึงการบันทึกและลบการค้นหาก่อนหน้า

จากเมนูหลัก หากเลือก Settings ก็จะเข้าสู่หน้าการตั้งค่า ตั้งแต่การตั้ง account
 
เมื่อเลื่อนลงมาก็จะมีส่วนของการตั้งค่าการโหลด การเริ่มโปรแกรม และความถี่ในการRefresh โดยตัวโปรแกรมจะทำงานอยู่ข้างหลังและเมื่อครบเวลาที่กำหนดก็จะทำการโหลด Tweet ใหม่ๆและทำการแจ้งให้เราทราบ

นอกจากนั้นเรายังตั้งค่าการสั่น การกระพริบเตือน รวมถึงเลือกเสียงเตือนได้ด้วย

เมื่อลงมาล่างสุดก็จะเป็นการตั้งโทนสีของโปรแกรมและการตั้งให้เริ่มต้นคำด้วยอักษรตัวใหญ่ 
จุดเด่น: สำหรับ TwitterRide นั้นมีจุดเด่นเมื่อเทียบกับโปรแกรมอื่นๆคือความเร็วในการโหลด การมีแถบสีระบุ ข้อความใหม่ รวมถึงการตั้งค่าต่างๆได้ค่อนข้างละเอียด นอกจากนั้นยังสามารถดู Follower และ Following ได้ด้วย
จุดอ่อน: ตัว โปรแกรมไม่สามารถใช้งานได้มากกว่า 1 account และไม่สามารถดูข้อความที่เราส่งออกในส่วนของ Direct Message ได้ นอกจากนั้นในการใช้งานจริง มีบ่อยครั้งที่เราเผลอกดไปที่ link ทำให้วิ่งไปเรียก browser โดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ แต่หากกดอย่างระ]

ASTRO File Manager จัดการไฟล์ได้ดังใจ


สิ่งหนึ่งที่ถือเป็นหัวใจอย่างหนึ่งในการใช้งาน Smart Phone ก็คือความสามารถในการจัดการไฟล์ที่อยู่ในเครื่องและใน memory ซึ่งสำหรับ Android เองก็มีโปรแกรมที่รองรับการจัดการไฟล์อยู่มากมาย

 แต่ตัวที่โดดเด่นที่สุดตัวหนึ่งมีชื่อว่า ASTRO File Manager ซึ่งความสามารถของมันนั้นเป็นมากกว่าแค่โปรแกรมจัดการไฟล์ในเครื่องเท่านั้น ลองมาดูกันครับว่าเจ้า ASTRO มันทำอะไรได้บ้าง
•    เปิดดูไฟล์และรายละเอียดของไฟล์ได้ครบถ้วน เช่น ชื่อ ประเภท ขนาด วันที่สร้าง ฯลฯ
•    รองรับการเปิดไฟล์ต่างๆ เช่น ไฟล์เพลง, วีดิโอ, เอกสารต่างๆ ในกรณีที่มีโปรแกรมรองรับไฟล์นั้นๆอยู่ในเครื่อง
•    สามารถ upzip ไฟล์ได้
•    การเปลี่ยนแปลงชื่อไฟล์ การย้ายโฟลเดอร์ การ copy การลบ ฯลฯ
•    การติดตั้งโปรแกรมด้วยตัวเอง (ในกรณีที่มีไฟล์ .apk)
•    การส่งไฟล์ผ่านเมลล์หรือการอัพโหลดไปยังปลายทางอื่นๆ
ซึ่งฟังก์ชั่นเหล่านี้ถือว่าเป็นการช่วยให้การใช้งาน Android มีความสมบูรณ์มากขึ้น รวมทั้งการอัพเดทอย่างสม่ำเสมอทำให้โปรแกรมมีความสามารถที่เพิ่มขึ้นเรื่อยด้วย ลองมาดูหน้าตาและการใช้งานกันครับ
ไอคอนโปรแกรมตัว A สีส้ม
เมื่อเข้ามาแล้ว จะเห็นโฟลเดอร์และไฟล์ต่างๆเรียงอย่างเป็นระเบียบ โดย default folder คือใน micro SD card นอกจากนั้นแถบด้านบนจะเป็นปุ่มเมนูให้กดใช้งานได้ทันที ข้อเสียคือการที่ไม่มีตัวหนังสือบอกว่าแต่ละปุ่มคืออะไร แต่เมื่อใช้ไปสักพักจะเริ่มคุ้นเคยไปเอง ส่วนแถบด้านบนสุดจะเป็นการบอกตำแหน่งที่กำลังดูอยู่ เช่น /sdcard คือโฟลเดอร์หลักของ SD card
เมื่อเราคลิ้กที่โฟล์เดอร์หรือไฟล์ใดๆค้างไว้ จะมีเมนูโผล่ขึ้นมาให้เลือกสิ่งที่ต้องการทำกับไฟล์หรือโฟลเดอร์นั้นๆ ได้แก่ การดูรายละเอียดของไฟล์หรือโฟลเดอร์, การทำการแก้ไข, การ bookmark และการตั้งให้เป็น path หลัก
เมื่อเรากดที่ Details จะมีหน้าต่างแสดงรายละเอียดของไฟล์หรือโฟลเดอร์นั้นๆขึ้นมา
เมื่อเรากดที่ Edit จะมีฟังก์ชั่นให้เลือก Copy, ลบ, ย้าย, วาง หรือเปลี่ยนชื่อไฟล์
หากเราทำการกดค้างที่ไฟล์รูป โปรแกรมจะรู้จักโดยอัตโนมัติว่าไฟล์นั้นๆคือรูปถ่าย ดังนั้นเมนูที่แสดงขึ้นมากจะเปลี่ยนไปและเป็นเมนูสำหรับจัดการกับรูปโดยเฉพาะ ซึ่งเราสามารถดูรายละเอียดของไฟล์, เปิดแบบอื่นๆ, ปรับแก้ภาพ, ส่งไฟล์ หรือตั้งให้เป็นรูปสำหรับใช้งานกับโปรแกรมอื่นได้
หากไฟล์ที่เรากดค้างไว้เป็นไฟล์ที่ไม่มีโปรแกรมรองรับ เมนูจะลดลงเหลือเพียงการดูรายละเอียด, การเปิดแบบอื่นๆ, การแก้ไข และการส่งไฟล์เท่านั้น
หากไฟล์เป็น .zip เมนูจะเพิ่มส่วนการ unzip ขึ้นมาทันทีโดยใช้ชื่อว่า Extract
เมื่อกดปุ่ม Extract โปรแกรมจะให้เลือกว่าจะให้ unzip ไฟล์ไปไว้ที่โฟลเดอร์ไหน และจะเริ่ม unzip ทันที
หากเปิดไปยังโฟลเดอร์เพลง และกดที่ปุ่ม Menu จะมีปุ่มให้เลือกการดู, การแก้ไข, เครื่องมืออื่นๆ, การสร้างโฟลเดอร์ใหม่, การ bookmark และตัวเลือกอื่นๆ ซึ่งสำหรับไฟล์เพลงนั้น หากคลิ้กไปที่เพลงใดๆแล้ว ASTRO จะเรียก Music Player ให้เล่นเพลงนั้นทันที และเมื่อปิด Music Player แล้วก็จะกลับมายัง ASTRO อีกครั้ง
ในกรณีที่เลือกไปที่ Look and Feel เราสามารถเลือกว่าจะให้โปรแกรมแสดงไฟล์ที่ถูกซ่อนหรือไม่ รวมทั้งการเลือกขนาดตัวหนังสือและการแสดง animation ต่างๆ
หากเลือกที่ Toolbar Preferences เราก็สามารถเลือกได้ว่าต้องการให้มีการแสดงเมนูใดบ้าง
การออกจากโปรแกรมต้องทำการกดปุ่ม Back 2 ครั้งติดกัน จึงจะออกจากโปรแกรมได้ ซึ่งเป็นการออกแบบให้ป้องกันการกดโดยไม่ตั้งใจ
จุดเด่น: ASTRO File Manager มีจุดเด่นที่ความเร็วในการทำงาน ฟังก์ชั่นที่ครบถ้วน การอัพเดทอย่างสม่ำเสมอและหน้าตาที่สวยงาม ทำให้ตัวโปรแกรมง่ายต่อการใช้งานและช่วยให้การจัดการไฟล์ต่างๆในเครื่องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
จุดอ่อน: แถบเมนูที่ไม่มีข้อความระบุทำให้ต้องอาศัยความคุ้นเคย

Pure Calendar Widget ไม่พลาดนัดด้วยวิดเจตตารางนัดหมาย


จุดเด่นของมือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ตั้งแต่เวอร์ชั่น 1.5 เป็นต้นมาก็คือเรื่องของ Widget ที่ผู้ใช้สามารถวาง widget ที่ชอบบนหน้าจอหลักได้ตามต้องการ ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มลูกเล่น ทำให้หน้าจอดูสวยงามแล้วยังทำให้การใช้งานโปรแกรมต่างๆกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นด้วย
 Widget หนึ่งที่ช่วยให้ Android กลายเป็นผู้ช่วยในชีวิตประจำวันที่ดีก็คือ Pure Calendar Widget ที่แสดงนัดหมาย กำหนดการต่างๆบนหน้าจอหลัก ทำให้เราสามารถดูตารางนัดหมาย เพิ่มเติม ปรับแต่งได้ทันทีที่ต้องการ ฟังก์ชั่นหลักๆมีดังนี้ครับ
•    แสดงนัดหมาย กำหนดการต่างซึ่งผู้ใช้สามารถกำหนดได้ว่าต้องการให้แสดงผลแบบไหนบ้าง
•    ปรับเปลี่ยน skin, format การแสดงผล และขนาดของ widget ได้
•    เชื่อมโยงกับ Google Calendar ทำให้การอัพเดทต่างๆเชื่อมโยงกันหมด สามารถดูข้อมูลที่เราบันทึกผ่านมือถือบนเว็บได้ทันที
มาดูหน้าตาและการใช้งานกันครับ
ไอคอนโปรแกรมบนเมนู ซึ่งการคลิ้กตรงไอคอนจะไม่นำเข้าสู่ตัวโปรแกรม แต่จะเป็นหน้าแจ้งรายละเอียดเท่านั้น
หน้าต่างแสดงรายละเอียดแจ้งว่าให้เข้าสู่การตั้งค่าต่างๆผ่านตัว widget โดยตรง
หน้าตาของ Pure Calendar Widget บนหน้าจอหลัก ซึ่งตัว widget จะไปดึงข้อมูลจาก Google Calendar มาแสดง ซึ่งเราสามารถปรับขนาด สีสัน หน้าตาต่างๆได้ตามต้องการ (อย่าไปสนใจ calendar ของผมนะครับ ^^”)
ด้านบนของ widget จะมีปุ่ม 3 ปุ่มคือ Add, Refresh และ Settings ซึ่งเราสามารถกดเข้าสู่แต่ละฟังก์ชั่นได้
เมื่อกดที่ปุ่ม Add ตัว widget จะไปดึงหน้าต่างการเพิ่มข้อมูลบนปฏิทินหลักของ Google Calendar ขึ้นมาแสดง เราสามารถเพิ่มนัดหมายต่างๆได้ และเมื่อทำการบันทึกแล้ว ข้อมูลจะเชื่อมโยงกับ Google Calendar โดยตรง ทำให้เราสามารถเห็นบนหน้าเว็บได้ในทันทีด้วย
หากเรากดปุ่ม Settings จากหน้าจอหลักของ widget เราจะเข้าสู่หน้าการตั้งค่าต่างๆ
เมื่อเลือกที่ Calendar จะมีตัวเลือกให้เราเลือกได้ โดยทั่วไปจะใช้ Regular Google Calendar
การเลือกความถี่ในการอัพเดทข้อมูลจาก Google Calendar
บนหน้าการตั้งค่า เมื่อเราเลื่อนลงไปเรื่อยๆก็จะพบตัวเลือกต่างๆอีกมากมาย ซึ่งเราสามารถเลือกใช้ได้ตามใจชอบ
เมื่อเลื่อนไปจนถึงด้านล่างสุด จะมีส่วนให้เราบันทึกแล้วออกจากหน้าการตั้งค่า หรือเลือก skin ให้กับ widget
ในหน้าการเลือก skin จะมีรายการให้เราเลือกมากมาย และจะมีสถานะแสดงการใช้งานอยู่ด้านขวาของ skin นั้นๆ
หากกดค้างที่ skin ใดๆ จะมีเมนูแสดงขึ้นมา หากเป็น skin ที่ยังไม่เคยใช้งาน ต้องทำการติดตั้งโดยกดที่ปุ่ม Install ก่อน จากนั้นจึงกด Select เพื่อเลือกใช้
จะเห็นว่าหน้าตาของ widget จะเปลี่ยนไปตาม skin ที่เราเลือกไว้
นี่คือหน้าตาที่ผมใช้ในปัจจุบัน เรียบง่ายดี
จุดเด่น: ท่ามกลาง widget ที่หลากหลาย Pure Calendar Widget ถือเป็นตัวที่มีประโยชน์ ใช้งานง่าย และมีทางเลือกให้กับผู้ใช้มากที่สุดตัวหนึ่ง โดยที่ผู้เลือกสามารถปรับแต่งได้ตามต้องการ ทั้งหน้าตา การแสดงผลต่างๆ และการเชื่อมโยงกับ Google Calendar ทำให้เพิ่มความสะดวกในการปรับแก้นัดหมายต่างๆผ่านหน้าเว็บด้วย
จุดอ่อน: เชื่อมกับ Calendar ของ Google เท่านั้น ยังไม่รองรับโปรแกรมอื่นๆ เช่น Microsoft Outlook การเพิ่มตัวเลือกให้เชื่อมกับ Calendar อื่นๆจะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นไปอีก นอกจากนั้นยังไม่สามารถเลื่อนหน้าจอขึ้นลงเพื่อดูนัดหมายก่อนหน้าและนัดหมายในอนาคตได้

Air Painter – ฝากข้อความไว้ในอากาศ! เอ๊ะยังไง?


ความน่าชื่นชมของ Android อย่างหนึ่งคือการผสมผสานหลายๆเทคโนโลยีเข้าไปอยู่ในตัวเครื่องและระบบปฏิบัติการ หลังจากที่เห็นโปรแกรมช่วยทำงานมาแล้ว คราวนี้ลองมาดูโปรแกรมสนุกๆที่ใช้เทคโนโลยีของกล้องและระบบ GPS เพื่อฝากข้อความไว้ในอากาศกันครับ

ไอคอนโปรแกรมบนหน้าจอหลัก

เมื่อเข้ามาในโปรแกรมแล้วจะพบว่ามีข้อความที่มีคนทิ้งไว้ในอากาศก่อนหน้านี้แล้ว ตัวอย่างข้อความแรกถูกฝากไว้ที่ Jusco ถนนปรีดีพนมยงค์ มีการ publish ไปแล้ว ส่วนข้อความล่างถูกฝากไว้ที่บ้านไร่กาแฟ เอกมัย และข้อความยังไม่ได้ publish บนหน้าต่างหลักนี้จะสามารถสร้างข้อความใหม่ได้โดยกดที่ New Message
บนหน้าจอหลัก เมื่อกดปุ่ม Menu จะมีหน้าต่างขึ้นมา ซึ่งเราสามารถตั้งให้ระบุตำแหน่งโดยอัตโนมัติหรือระบุด้วยตัวเองก็ได้

เมื่อกดที่ปุ่ม User Setup จะเข้ามาสู่หน้าการตั้งค่า โดยจะมีการตั้งชื่อผู้ใช้งาน การ refresh ข้อความโดยอัตโนมัติ การระบุระยะทางในการค้นหาข้อความ และการเก็บข้อมูล cache ในเครื่อง

บนหน้าต่างหลัก เมื่อคลิ้ก New Message จะเข้าสู่หน้าต่างการสร้างข้อความใหม่ โดยขั้นตอนแรกคือการตั้งชื่อข้อความ เช่น การถ่ายภาพในคอนโดของผมเอง

จากนั้นขั้นตอนที่ 2 คือการเขียนข้อความด้วยนิ้ว ซึ่งเราสามารถเขียนอะไรก็ได้ในพื้นที่ที่กำหนด

ตัวอย่างคือ ผมฝากคำว่า condo ไว้ในอากาศ เมื่อเสร็จแล้วให้กดปุ่ม Back เพื่อทำขั้นตอนต่อไป

จะเห็นว่าข้อความที่เขียนก่อนหน้านี้อยู่ในขั้นตอนที่ 2 แล้ว ให้กดที่ขั้นตอนที่ 3 คือถ่ายรูปพื้นที่ที่ต้องกาสฝากข้อความไว้

จากนั้นเราจะเห็นข้อความลอยอยู่พร้อมกับภาพพื้นที่ ผ่านกล้อง เมื่อเราเลือกพื้นที่ที่ต้องการได้แล้ว ให้สัมผัสที่หน้าจอ ข้อความจะถูกบันทึกไว้ที่พื้นที่นั้นๆทันที

จะเห็นว่าในส่วนขั้นตอนที่ 3 มีการเก็บข้อมูลพื้นที่ไว้แล้ว ให้กดปุ่ม Back เพื่อเสร็จสิ้นการฝากข้อความในอากาศ

ข้อความที่สร้างจะปรากฏอยู่บนหน้าจอหลักของโปรแกรม พร้อมกับระยะทางโดยประมาณจากตำแหน่งที่เราอยู่ ถึงข้อความนั้นๆ จากตัวอย่าง จะแสดงข้อความ Approached เนื่องจากอยู่ใกล้กับตำแหน่งของข้อความนั้นๆ จากนั้นก็กด Publish เพื่อส่งข้อความทิ้งไว้ในอากาศ หากต้องการดูข้อความใดๆ ให้กดที่ View

จะเห็นว่าข้อความนั้นอยู่ในอากาศแล้ว พร้อมกับชื่อผู้ฝากข้อความไว้ ส่วนด้านล่างจะมีลูกศรบอกทิศทางของข้อความด้วย

เมื่อทำการหันกล้องไปรอบๆห้อง จะพบว่ามีข้อความอื่นถูกทิ้งไว้ในอากาศเช่นกัน แต่ห่างออก ข้อความจึงดูเล็ก ซึ่งจากตัวอย่างในภาพ ข้อความหนึ่งถูกทิ้งไว้ห่างออกไป 2 กม. จะมีลูกศรชี้บอกทิศทางด้วย

เมื่อหันกล้องไปด้านอื่น ตัวห]
]>